พี่เสือร้องไห้ลองกิน “Chef’s Table” จากเชฟบัดดี้ ตอนที่ 2

                เรายังคงกันที่ร้าน Buddy ที่บทความก่อนหน้านี้ ได้เสนอในเรื่องของ ผัดกะเพรา จากเชฟบัดดี้คนนี้ไปแล้ว หลังจากที่เสือร้องไห้ได้ลองชิม ผัดกะเพรากันไปแล้ว ก็มาต่อกันด้วยอาหารแบบ Chef’s Table กันต่อ ดูสิว่า เชฟบัดดี้จะจัดอะไรมาให้แก๊งเสือร้องไห้ ได้ลองกินบ้าง

Chef’s Table

                เริ่มที่จานแรกเชฟบัดดี้เล่าถึงที่มาของจานก่อนว่า ได้แรงบันดาลใจ มาจากการไปอังกฤษ แล้วพบว่าการทานอูนิหรือไข่หอยเม่น กับบีสรูทที่มีรสเปรี้ยวนั้น ทำให้ความหวานของอูนิฉ่ำขึ้น เลยคิดที่จะทำ และได้ออกมาเป็นจานนี้ ก่อนจะนำไปเสิร์ฟให้ ชาวแก๊งเสือร้องไห้ได้รองชิมดูเป็นจานแรก หลายเสียงก็ได้บอก ถึงการได้รสชาติที่หลากหลาย พี่โค๊ดดี้ บอกเหมือนได้กินพายหรือทาร์ตอูนิ ส่วนพี่คัตโตะบอก เหมือนกิน พริ้งเกอร์รสซาวร์ครีม ที่มีรสอูนิด้วย แล้วก็มีรสชาติของชีสอีกด้วย แถมมีรสโชยุอีก นุ่มนวลอยู่ในปาก ก็ถือได้ว่าเป็นจานแรกที่ว้าวพอสมควร

Chef’s Table
เสือร้องไห้

            มาต่อที่จานที่สอง เป็นสลัดตับไก่ เชฟได้นำเสนอว่า จากการที่โดนล้อว่าทำสลัดไม่เป็น ด้วยหุ่นของเชฟ เลยอยากนำเสนอเมนูนี้ คือสลัดที่ไม่ใช่สลัด ที่ได้เลือกสลัดที่ตัวเองชอบมานั้นก็คือสลัดตับไก่ โดยนำตับไก่มาทำให้ทานได้ง่ายๆ คือทำให้เป็นครีมปาเต้ และตัวทาร์ตก็ทำมาจากต้นหอม พี่แนตตี้บอกได้รสชาติที่แปลก เพราะตับไก่ถ้ากินแบบปกติมันขมขื่นหน่อยๆเวลาเข้าปาก แต่ตับไก่ที่เชฟได้ทำมานั้น ทานง่ายและนุ่ม

Chef’s Table

            ต่อกันที่จานที่สาม เป็นเมนูที่ทำจากปลา ที่เนื้อปลานั้น ทำจากปลาอินทรีย์ทะเล ผ่านกรรมวิธีมาแล้ว 4 วัน ตามด้วยน้ำซอสก็ทำมาจากก้างปลา แล้วเพิ่มรสสัมผัสด้วยแป้งทอดเทมปุระ และไข่ปลาแซลมอล ทั้งยังเอาหมึกมาทำเป็นเส้นๆใส่ลงไปอีกด้วย สุดท้ายนำผงผักชีฝรั่งมาโรยบนเนื้อปลา ที่ตอนแรกมองกันว่าเป็นมัจชะ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ และเมื่อได้ลองทานดู ก็ได้ความกลมกล่อม แบบอุดง ที่รสชาติเหมือนทาท่าซอสอีกด้วย

Chef’s Table

            ไปกันต่ออีกหนึ่งเมนู ที่เชฟได้นำใบชะคราม มาเป็นวัตถุดิบ มีเนื้อปูเป็นโปรตีน ส่วนแป้งเลือกเป็นพิซซ่าเกาหลี ราดด้วยซอสพริกแกงคั่ว ไปดูสิว่าพี่ๆเสือร้องไห้จะว่ายังไง พี่โค็ดดี้บอกจานนี้อร่อยเลย จะมีรสเผ็ดที่โคลนลิ้นอยู่นิดเดียว พี่คัตโตะก็ได้เสริมต่ออีกว่า เป็นครั้งแรกเลยที่ได้กินใบชะคราม มีความเหมือน สาหร่ายเค็มๆ พี่แอ็ดดี้พูดต่ออีกว่า เห็นครั้งแรกนึกว่าจะต้องขอข้าวสวย ด้วยความเป็นแกง แต่พอได้กิน ก็รู้สึกได้ว่า เชฟได้ทำการปรุงมาแล้ว และลงตัวพอแล้ว

ร้าน buddy
เสือร้องไห้

            เมนูต่อมา พักล้างปากกันด้วย กระท้อนซอร์เบต์ หรือไอศครีมชนิดหนึ่งที่มีรสกระท้อน วางทับกับลูกตาลอ่อน ที่นำมาเคี่ยวกับคาราเมล เมนูนี้พี่เอ็ดดี้เหมือนจะชอบเป็นพิเศษ เพราะมีรีแอ็คชั่นชัดเจน รสชาติที่ได้จากไอศครีมกระท้อน จะออกไปทางเปรี้ยว แต่พอกินคู่กับลูกตาลเคี่ยวคาราเมลที่มีรสหวาน แล้วทำให้ลงตัว และเข้ากันพอดี

ร้าน buddy

            ยังไม่หมด ไปต่อในเมนูถัดไป ที่เอาพริกไทยเขมร ที่ได้ชื่อว่าเป็นพริกไทยที่ดีที่สุดในโลกมาเป็นส่วนประกอบในการทำน้ำซอส ราดกับเสต็กเนื้อ ตัดเลี่ยนด้วยมันแกวดอง และผักกาดฮีน ส่วนในถ้วยจะมีเนื้อวากิวกับข้าวผัดกระเทียมพริกไทย ราดด้วยชีส เชฟแนะนำให้ทานในถ้วยก่อน เพื่อไม่ให้ชีสเย็นเกินไป แล้วตามด้วยสเต็กในจาน

Chef’s Table

            สุดท้ายปิดด้วยของหวาน อีกสามเมนูด้วยกัน ที่จะมีเมนูองุ่นสามอย่าง ประกอบไปด้วยเยลลี่โยโย่ แฟนต้าสีม่วง และน้ำองุ่นอัดโซดา นำมาผ่านกรรมวิธีการทำต่างๆ ให้ออกมาน่ากิน ของหวานชิ้นที่ต่อไปเป็นที่มีความใส่ใจ และรายละเอียดค้อนข้างเยอะ คือการนำเอาไอศครีมวนิลา กินคู่กับเค้กฝรั่งเศษที่มีรสชาติทั้งกาแฟและช็อคโกเลต ราดด้วย mascarpone cheese อีกด้วย เมื่อทานแล้ว จะได้ทุกรสชาติที่ได้กล่าวมา จบด้วยเมนูสุดท้ายด้วย เมนูที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของเชฟ ที่นำของทานเล่น 3 อย่างมารวมกัน ประกอบไปด้วย ฝอยทอง ขนมตูมตาม และยาคูลย์ เมื่อได้ลองทานแล้ว หลายคนบอกชอบเป็นเสียงเดียวกัน

ร้าน buddy

            หากใครที่สนใจอยากลองไปทาน Chef’s Table ร้าน Buddy นี้ ที่มีทั้งหมด 10 เมนู ราคาอยู่ที่ 3,900 บาท โดยไม่จำกัดจำนวนคนที่มีจะมาคนเดียว หรือ 2 คนก็ได้ และจะเปิดเฉพาะวัน พฤหัสบดี – เสาร์ โดยวันเสาร์จะเปิด 2 รอบ นั่นเอง

คลิปวิดีโอ “Chef’s Table” จากร้าน Buddy โดยแก๊งเสือร้องไห้

ขอขอบคุณช่อง : tigercrychannel

หากต้องการอัพเดท ข่าวสารยูทูปเบอร์ไทย แนะนำช่องYoutuber หรือแนะนำช่องStreamer ติดตามเราได้เลย แล้วจะไม่พลาดเรื่องราวของเหล่า Youtuber แน่นอน 

และต้องขอบคุณบทความเหล่านี้จากการสนับสนุนโดย Ufahero เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือในเวลานี้